วันศุกร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

แล็คเชอร์ อ.พวง ครั้งที่ 2

ครั้งที่ 2

การถ่ายทอดสารสนเทศ Information transfer (อาจเรียกว่า การถ่ายทอดความรู้ / การสื่อสารความรู้)
การที่ความรู้ ความคิด ประสบการณ์ และค้นพบต่างๆได้รับการเผยแพร่หรือส่งต่อไปยังบุคคลอื่น

ช่องทางการถ่ายทอด
1. ช่องทางที่เป็นทางการ invisible college เช่น พวกนักสะสม
2. ช่องทางที่เป็นทางการ visible college เช่น บทความวิจัย รายงานการประชุม

ระบบสารสนเทศ information system
- เน้นช่องทางในการสื่อสารความรู้ที่สำคัญ
- เน้นช่องทางที่เปิดโอกาสให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้รับสารสนเทศที่มีการจัดเก็บ โดยสามารถค้นหาและค้นคืนมาใช้เมื่อต้องการ
- เน้นช่องทางในการเผยแพร่สารสนเทศทั้งสารสนเทศปฐมภูมิ (เช่น จดหมายเหตุ บันทึก รายงานการวิจัย), ทุติยภูมิ (คือสารสนเทศที่มาเรียบเรียง รวบรวม เช่น สาระสังเขป บทความวารสาร สารานุกรม)และตติยภูมิ เช่น ดรรชนี นามานุกรม บรรณานุกรม

ระบบถ่ายทอดสารสนเทศ Information transfer system
1. ระบบผลิตและเผยแพร่สารสนเทศปฐมภูมิ ® นักวิจัย, นักคิด, เผยแพร่บทความด้วยตนเอง
(ทำเอง®เผยแพร่เอง)
2. ระบบจัดเก็บและเผยแพร่สารสนเทศ ® สถาบันบริการสาสนเทศทำสารสนเทศที่ได้รับมาเป็นหมวดหมู่ ® OPAC
3. ระบบผลิตสารสนเทศตติยภูมิ และทุติยภูมิ ® จัดทำบรรณานุกรม , ดรรชนี
4. ระบบผู้ใช้ ® มาค้นคืน ใช้บริการสารสนเทศ
* ทั้ง 4 ข้อมีความสัมพันธ์กัน

องค์ประกอบในการจัดบริการสารสนเทศ
1. ทรัพยากรสารสนเทศ
· จัดหาทรัพยากรสารสนเทศทุกรูปแบบ
· ให้บริการสารสนเทศทั้งจากภายในและภายนอกสถาบัน
· จัดหาแหล่งช่วยค้นต่างๆ
แหล่งสารสนเทศ Information Source
· ทรัพยากรสารสนเทศ information resource วัสดุทรัพยากรทั้งตีพิมพ์และไม่ตีพิมพ์
· มวลทรัพยากร collection ® ทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมด เช่น คอลเลคชั่นของหนังสืออ้างอิง คือ หนังสืออ้างอิงที่มีอยู่ทั้งหมดมาก/น้อย ขึ้นอยู่กับประเภท
· แหล่งบริการสารสนเทศ
- แหล่งที่ให้บริการสารสนเทศ เช่น ห้องสมุด ศูนย์ข้อมูล
- แหล่งผลิตเองและให้บริการสารสนเทศ เช่น มหาวิทยาลัย
- แหล่งสารสนเทศบุคคล

2. สถาบันบริการสารสนเทศ
- ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับทรัพยากรสารสนเทศ เช่น มีแล้วทำเครื่องมือให้สืบค้นได้
· ห้องสมุดให้บริการสารสนเทศ(ทุกเรื่อง)
· ศูนย์เอกสาร/สารสนเทศ ให้บริการเฉพาะเรื่อง
· พิพิธภัณฑ์ ส่วนมากเป็นวัตถุ แสดงวิวัฒนาการ/แนวโน้ม
· หอจดหมายเหตุ รวบรวมข้อมูลที่เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญ เช่น ถ้าเป็นของชาติ รวบรวมของชาติ ถ้าเป็นขอสถาบันก็จะรวบรวมความเป็นมาของชาติ
· ศูนย์ประมวลผลและแจกจ่ายเอกสาร (clearing house) เช่น ศูนย์โคกระบือ ม.เกษตร จัดทำโดยตรง+แจกจ่าย
· ศูนย์แนะแหล่งสารสนเทศ
ในแต่ละสถาบันบริการสารสนเทศนั้นจะแบ่งตามบทบาท + ภาระหน้าที่ + ให้บริการ
วัตถุประสงค์ของห้องสมุด หลักๆ (แตกต่างตามประเภทของห้องสมุด)
· เพื่อความรู้
· เพื่อความจรรโลงใจ ยกระดับจิตใจ
· เพื่อการวิจัย
· เพื่อการศึกษา
สมัยก่อนใช้ระบบมือ manual system
ต่อมานำระบบห้องสมุดอัตโนมัติมาใช้ automatic library
ต่อมาพัฒนาเป็นห้องสมุดเสมือน visual library
พัฒนาเป็นห้องสมุดดิจิตอล digitl library
พัฒนาเป็นห้องสมุดไร้กำแพง library without wall
พัฒนาเป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ electronic library

3. ผู้ใช้
องค์ประกอยที่สำคัญยิ่งของบริการสารสนเทศ มีคำที่ใช้เรียกหลายคำ เช่น User, patron (ผู้ใช้ที่อุปการคุณกับองค์กร) , reader (ผู้อ่านสื่อสิ่งพิมพ์) , client (ผู้ใช้ขอคำปรึกษา) , customer (ระบบธุรกิจเข้ามามีบทบาทในบริการสารสนเทศ)
* ตอนนี้ศึกษา Customer มากกว่า user เพราะการให้บริการต่างกัน
ประเภทของผู้ใช้
1. จำแนกตามภารกิจของสถาบัน
- ผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกของสถาบัน
- ผู้ใช้ที่ไม่เป็นสมาชิกของสถาบัน
2. จำแนกตามการวิเคราะห์เพื่อการจัดบริการ
- ผู้ใช้หรือผู้อ่านทั่วไป general reader
- ผู้ใช้เฉพาะสาขา subject reader ใช้เฉพาะด้านที่สนใจ เช่น พวกนักวิจัยต่างๆ
- ผู้ใช้ลักษณะพิเศษ special reader ผู้ใช้ที่มีความบกพร่อง เช่น คนพิการ หูหนวก เป็นใบ้
- ผู้ที่ไม่ใช้บริการ non user กลุ่มนี้ได้แก่
o ผู้ที่อาจจะใช้
o ผู้ที่คาดว่าจะใช้
o ผู้ใช้ปกติ
o ผู้ที่ที่ได้รับประโยชน์
** ต้องให้ความสนใจ เพื่อให้ห้องสมุดเพิ่มปริมาณการใช้ห้องสมุด

ปัจจัยในการจัดบริการสาราสนเทศที่มีประสิทธิภาพ
1. ผู้ให้บริการ ® บรรณารักษ์
- ผู้ที่ช่วยเหลือ/แนะนำ และสอน วิธีการเจ้าถึงความรู้ที่ได้มีการบันทึกในสื่อรูปแบบต่างๆ แก่ผู้ใช้บริการ ในลักษณะของการบริการสารสนเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม
- เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับสารสนเทศ
- เป็นตัวกลางของสถาบันบริการสารสนเทศในการบริหาร ข้อมูลข่าวสาร กระตุ้นและส่งเสริมการใช้สารสนเทศ
- เป็นตัวแทนของบุคลากรของสถาบันบริการสารสนเทศในการเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างสถาบันบริการสารสนเทศกับผู้ใช้
** ตำแหน่งผู้ให้บริการ เช่น บรรณารักษ์, นักสารสนเทศ, ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา, ผู้เชี่ยวชาญการแนะแหล่ง, นักจดหมายเหตุ, ที่ปรึกษาด้านสารสนเทศ
คุณสมบัติของผู้ให้บริการ
1. คุณสมบัติด้านวิชาชีพ
1.1 ด้านบริการสารสนเทศ
- ความรุ้ในวิชาชีพ (ทุกเรื่อง)
- ความสามารถในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
- มีความรู้ในบริการหรือผลิตภัณฑ์บริการ (ความเข้าใจในทรัพยากรที่เรามี)
- มุ่งเน้นที่ผู้ใช้บริการให้ความใส่ใจ
- สร้างเครือข่ายบริการ
1.2 ด้านการจัดการและการบริการ
- ความสามารถและทักษะทางด้านการจัดการ
- ความสามารถด้านการติดต่อประสานงาน
- ความสามารถในการทำงานเป็นทีม
- ความสามารถด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์
1.3 ด้านการใช้เทคโนโลยี
2. คุณสมบัติเฉพาะบุคคล
- การมีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกล
- มีความรับผิดชอบ รู้จักหน้าที่
- มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ
- มีความเชื่อมั่นในตนเอง
- ความสามารถในการจัดการด้านเวลา
- มีมนุษย์สัมพันธ์
- มีความสามารถด้านการสื่อสาร
- มีจิตสำนึกในการให้บริการ
- มีความอดทน
- ฯลฯ

ใครจะดาวน์โหลด คลิกที่นี่

แล็คเชอร์ อ.พวง ครั้งที่ 1

ครั้งที่ 1 ความหมายของบริการสารสนเทศ information service
บริการต่างๆทุกประเภทที่สถาบันบริการสารสนเทศบริการให้กับผู้ใช้
เช่น - บริการตอบคำถามและค้นคว้า
- บริการอ้างอิง
- บริการส่งเสริมการอ่าน
- บริการสืบค้นสารสนเทศ
- บริการยืม คืน
- บริการฐานข้อมูล
- บริการสื่อโสตทัศน์
- บริการห้องประชุม
- บริการการอ่าน
- บริการวารสาร
* บริการนี้ครอบคลุมทุกประเภท ที่ห้องสมุดจัดให้โดยจะแตกต่างกันมาก/น้อยขึ้นอยู่กับประเภทของห้องสมุด
** ปัจจุบันนี้ การบริการได้มีธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง (Customer service) เข้ามาใช้บริการในห้องสมุด ในต่างประเทศยินดีที่จะให้หนังสือหาย เพราะแสดงว่ามีคนเข้ามาใช้ห้องสมุดนั้นแล้ว

ห้องสมุดมีลักษณะเป็นองค์กรๆหนึ่ง
Service Organization
แบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ
1. Technical service งานเทคนิค เช่น แคตาล็อก
2. Public service งานบริการ เช่น บริการอ้างอิง ทั้งหมดมีความหมาย
Customer service เหมือนกัน และมีความสำคัญมาก
Information service ช่วยให้ผู้ใช้เข้ามาใช้บริการ
User service เหมือนเป็นหน้าตาของห้องสมุด

วัตถุประสงค์ของบริการสารสนเทศ
1. มุ่งให้ผู้ใช้ได้รับสารสนเทศที่ถูกต้อง ได้รับอย่างสมบูรณ์ ตรงตามความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด สะดวกและรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์เครื่องมือช่วยในการค้นคว้ามีความสำคัญ!!
2. ส่งเสริมการถ่ายทอดสารสนเทศในช่องทางที่เป็นทางการอย่างมีประสิทธิภาพ ระหว่างผู้ที่ต้องการสารสนเทศและสารสนเทศ
3. เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตสารสนเทศ(สนพ.,นักวิชาการ) และแหล่งทรัพยากรสารสนเทศ (information source) กับผู้ต้องการใช้สารสนเทศ ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับสารสนเทศที่ถูกต้อง ตรงตามความต้องการและทันเวลา

บทบาทของห้องสมุด (หน้าที่)
1. จัดหาทรัพยากรสารสนเทศ – ให้บริการสารสนเทศ
2. จัดสถานที่และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ของทรัพยากรสารสนเทศแต่ละประเภทรวมทั้งการเข้าใช้บริการ
3. การเพิ่มคุณค่าของทรัพยากรสารสนเทศ – มีเครื่องมือให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศ [access เดิม ใช้บัตรรายการ / ใหม่ ใช้ Opac+line]
4. มีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลืออำนวยความสะดวก
· อดีต – ห้องสมุดทำเฉพาะข้อ 1,2 มากที่สุด คอนเซ็ปที่ว่า จัดหาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ไม่เน้นการเข้าถึงของผู้ใช้ เน้นการครอบครอง
· ปัจจุบัน – เน้นการเข้าถึงสารสนเทศ access เน้นการบริการ ต่อผู้ใช้ จัดตั้งบริการตอบคำถาม (ที่ห้องสมุดประชาชนในสหรัฐอเมริกาในปลาย ค.ศ.19 เพราะหนังสือเยอะผู้ใช้มีจำนวนมาก)
ในปี ค.ศ.1914 คณะบริหารธุรกิจ ม.ฮาร์วาร์ด จัดให้มีบรรณารักษ์ตอบคำถามต่อผู้ใช้บริการ
5. กลั่นกรองสารสนเทศ – คัดเลือก / ตรวจสอบทรัพยากรสารสนเทศเพื่อผู้ใช้ให้ได้รับสารสนเทศและใช้สารสนเทศที่มีคุณภาพ
สารสนเทศที่มีคุณภาพ
- ถูกต้อง
- ครอบคลุม
- น่าเชื่อถือ
- ทันสมัย
6. ตอบสนองความต้องการการใช้สารสนเทศของผู้ใช้เป็นรายบุคคล/กลุ่ม ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ให้ผู้ใช้ได้รับสารสนเทศในลักษณะและรูปแบบที่สอดคล้องกับความต้องการ
เช่น บริการจองหนังสือ , บริการตอบคำถาม , บริการ SDI
7. ให้ความสำคัญต่อผู้ใช้ประเภทต่างๆ โดยจัดให้มีวิธีการและเครื่องมืออำนวยความสะดวกต่างๆเพื่อการค้นหา – ค้นคืน และเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศ เพื่อการใช้ประโยชน์จากแหล่งสารสนเทศทั้งภายในและภายนอก
8. สนับสนุนผู้ใช้ได้แยกแยะทำความเข้าใจเชื่อมโยงความคิดเกี่ยวกับสารสนเทศ เพื่อให้ประโยชน์ในการศึกษา,การทำงาน,การบริหารงานและพัฒนาความรู้ความคิด สร้างความสามารถในการรู้สารสนเทศเพื่อพัฒนาตนเองและสังคม – บริการที่จัดให้ผู้ใช้เข้าใจการรู้สารสนเทศแหละเห็นประโยชน์ของสารสนเทศ โดยเชื่อมโยงเข้ากับความคิดของตนเอง
9. ส่งเสริมสัมพันธภาพที่ดีระหว่างสถาบันบริการสารสนเทศกับผู้ใช้บริการ (โดยการสื่อสาร การมีปฏิสัมพันธ์ กับผู้ใช้บริการ) – จัดให้ดีเพื่อดึงดูดผู้ใช้ บรรณารักษ์เองต้องบริการผู้ใช้ให้ดีที่สุด


บทบาทของบริการสารสนเทศ
1. บทบาทในการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศ – ให้ผู้ใช้ได้รับสารสนเทศที่ต้องการ
2. บทบาทในการให้ผู้ใช้ได้สารสนเทศ เช่น บริการช่วยแปล

** เน้นความร่วมมือระหว่างห้องสมุด เพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงสารสนเทศเพราะห้องสมุดเดียวไม่สามารถเก็บสารสนเทศที่มีทั้งหมดไว้ได้เพราะทุกวินาทีมีสารสนเทศเกิดขึ้นอยู่เสมอ!!

สำหรับคนที่ดาวน์โหลดนะ คลิกที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

แล็คเชอร์

สำหรับเพื่อนๆเอกบรรณฯ
ที่ไม่แล็คเชอร์ไว้อ่านกันนะคะ
ส้มก้อตั้งใจว่าจะทำให้
น่าจะไม่เกินวันเสาร์นี้
น่าจะเสร็จทัน
ตอนนี้ขอนอนพักผ่อนก่อนนะ