วันเสาร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2551

แล็คเชอร์ อ.พวง ครั้งที่ 6 สุดท้ายแล้ว

การเล่านิทาน
เป็นกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่สำคัญของห้องสมุด โดยเฉพาะ ก้องสมุดเด็กประถม ห้องสมุดประชาชน เป็นวิธีการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ที่เหมาะสมกับเด็ก เป็นศิลปะและวิธีการในเชิงสร้างสรรค์
วัตถุประสงค์
- แนะนำหนังสือที่น่าสนใจให้กับเด็ก
- กระตุ้นให้เด็กอยากอ่านหนังสือได้ด้วยตนเอง
- เด็กได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน มีคติเตือนใจ
- เพื่อกระตุ้นความคิดและจินตนาการ
ประเภทของนิทาน
นิทานพื้นบ้าน (Folklores) นิทานเกี่ยวกับสัตว์พูดได้ เช่น ปลาบู่ทอง ไกรทอง
- นิทานไม่รู้จบ
- นิทานตลกขบขัน เช่น ศรีธนญชัย
- นิทานอธิบายเหตุและผลต่างๆ เช่น โสนน้อยเรือนงาม
นิทานคติธรรม
- นิทานอีสป
- นิทานชาดก
เทพปรณัม เช่น เทวดาฝรั่ง
มหากาพย์และนิทานวีรบุรุษ เช่น โรบินฮู้ด รามเกียรติ์
หนังสือภาพที่มีตัวเอกเป็นสัตว์
ประโยชน์ของการเล่านิทาน
เป็นสื่อเชื่อมโยง ความรัก ความใกล้ชิด ระหว่างผู้ฟังกับผู้เล่า ผุ้ฟังเกิดความอบอุ่น มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
ช่วยตอบสนองความต้องการของเด็กๆ ซึ่งอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็น ทำให้เด็กได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
ฝึกให้เด็กรู้จักเป็นผู้ฟัง มีสมาธิ รู้จักสำรวมอิริยาบถระหว่างฟัง
ทำให้เด็กใช้ภาษาได้ถูกต้อง เกิดสุนทรียรสทางภาษา (เข้าใจถึงความไพเราะของภาษา)
ทำให้เด็กได้รับความสนุกสนาน ความเพลิดเพลิน
ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และก่อให้เกิดจินตนาการ
ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ถูกต้อง
หลักในการเลือกนิทาน
เลือกเรื่องให้เหมาะกับวัยของผู้ฟัง
เลือกเรื่องที่ผู้เล่าสนใจและชื่นชอบ
เลือกเรื่องให้เหามะสมกับวิธีการเล่า
*เลือกเรื่องที่มีสาระข้อคิด ช่วยปลูกฝัง ส่งเสริมจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่ดีให้ผู้ฟัง
เลือกเรื่องที่มีความสนุกสนาน
เลือกเรื่องที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ในเรื่อง --- มีตัวดำเนินเรื่อง
ความต้องการพื้นฐานของเด็ก
เด็กต้องการความมั่นคงปลอดภัย – เด็กต้องการความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่
เด็กต้องการที่จะรักและได้รับความรัก และต้องการให้คนเหล่านั้นรักตนเอง
เด็กมีความอยากรู้อยากเห็น
เด็กต้องการแสดงความเป็นเจ้าของ
เด็กต้องการความสำเร็จ --- เด็กทุกคนประสบความสำเร็จ
เด็กต้องการความเปลี่ยนแปลง
เด็กชอบความสวยงาม มีระเบียบ
นิทานที่เหมาะกับเด็กวัยต่างๆ
แรกเกิด-2 ขวบ
สนใจนิทานเรื่องสั้นๆ เนื้อหาเป็นคำๆ ภาพประกอบสีสันสวยงาม เพลงกล่อมเด็กจะมีความสำคัญต่อเด็กวัยนี้
2-4 ขวบ
สนใจคำพูดถ้อยคำคล้องจอง /มีคำซ้ำๆ ชอบให้พ่อแม่หรือคนเลี้ยงร้องเพลงที่มีถ้อยคำคล้องจองซ้ำๆ ชอบฟังเสียงเดิมๆ ตลอดซ้ำๆ
4-6 ขวบ
จะเริ่มสนใจตนเองน้อยลง หันมาสนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่สนใจในช่วงสั้นๆ ชอบคำคล้องจอง ชอบนิทานที่มีสัตว์พูดได้
6-8 ขวบ
เรื่องตื่นเต้นผจญภัย เรื่องลึกลับ เกิดจากจินตนาการ เทวดา นางฟ้า ใช้ความคิดปริศนาคำทายง่ายๆ และเรื่องที่เกี่ยวกับความจริง
8-10 ขวบ
สนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สนใจการอ่านมากขึ้น ชอบอ่านนิยายสั้นๆ รวมทั้งสารคดีประวัติศาสตร์
10-12 ขวบ
สนใจเรื่องที่มีระบบและการสร้างสรรค์ที่ซับซ้อนขึ้นอ่านหนังสือแตกฉานคล่องแคล่ว สนใจเรื่องเกี่ยวกับอนาคตของตนเอง (อาชีพต่างๆ)
วิธีเล่านิทาน
- ปากเปล่า----จำโครงเรื่อง
- วาดรูปไปด้วย
- ใช้สื่อหรืออุปกรณ์
ตัวอย่างเว็บนิทาน
http://www.storyplace.org/preschool/other.asp
คุณสมบัติของผู้เล่า
1. น้ำเสียงดี เสียงดัง ฟังชัด อักขระชัดเจนถูกต้อง ไม่ monotone
2. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
3. มีความจำดี
4. เป็นนักฟังที่ดี
5. เป็นผู้รักการอ่าน
6. มีวิจารณญาณในการเลือกเรื่อง
7. มีความขยันที่จะฝึกซ้อม
8. มีอารมณ์ขัน
9. เป็นกันเองกับผู้ฟัง
10. มีความรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาพัฒนาการเด็ก
11. มีบุคลิกภาพที่ดี
12. มีสมาธิในการเล่า
13. มีความสามารถในการเลียนเสียง
14. เป็นคนตรงต่อเวลา*
15. เป็นผู้เห็นคุณค่าของนิทาน


ขอบคุณมาชาด้วยนะคะ

ดาวน์โหลด คลิกที่นี่

แล็คเชอรื อ.พวง ครั้งที่ 5

กิจกรรม การจัดนิทรรศการ
นิทรรศการถาวร---เป็นประจำ
นิทรรศการชั่วคราว --- วันสำคัญต่างๆ หรือนิทรรศการที่กำหนดช่วงเวลาไว้ว่าจะจัดช่วงไหน
นิทรรศการเคลื่อนที่
*หลักในการจัดนิทรรศการ
1. การจัดแต่ละครั้งต้องมีสาระสำคัญเพียงอย่างเดียว
2. จัดในสถานที่ที่มองเห็นง่าย
3. ต้องให้ผู้ดูเข้าใจง่ายโดยไม่เสียเวลามาก
4. คำอธิบาย
5. ตัวอักษรแบบเดียวกันอ่านง่ายชัดเจน
6. ควรจัดให้มีการเคลื่อนไหวบ้าง
7. มีแสงสว่างที่เหมาะสม
8. ใช้สีที่เหมาะสม (ภาพ ตัวอักษร)
9. ใช้เสียงและมีกิจกรรมอื่นประกอบ (อธิบาย บรรยาย)
10. คำนึงถึงความต้องการของผู้ดู
11 กุมภาพันธ์ 2551
กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน (เด็ก*)
กิจกรรมส่งเสริมการอ่านเป็นกิจกรรมที่สำคัญของห้องสมุดเพื่อให้ผู้ใช้มีความเข้าใจในเรื่องของหนังสือ รู้จักวิธีอ่าน วิธีเลือกใช้หนังสือ มีวิจารณญาณในการอ่าน – อ่านเป็น เข้าใจ (ไม่ใช้อ่านได้ ใช้แค่ตาอ่าน) มีนิสัยรักการอ่าน สร้างสภาพแวดล้อมทางวิชาการให้กับเด็ก ณุ้จักคุณค่าของหนังสือ รู้จักแสวงหาความรู้จากหนังสือและรู้จักที่จะใช้ประโยชน์
กิจกรรมที่ห้องสมุดนิยมจัดเพื่อส่งเสริมการอ่าน
- การเล่านิทาน
- การเล่าเรื่องหนังสือ Book Talk
- การแสดงหุ่น
- การบรรยาย อภิปราย
- การจัดนิทรรศการ
- การตอบปัญหา
- กิจกรรมประกอบการอ่านอื่นๆ เช่น อ่านแล้วให้มาเล่า อ่านเสร็จให้วาดภาพตาม เขียนขึ้นมาใหม่

ขอบคุณมาชาอีกเช่นเคยนะคะ

ดาวน์โหลด คลิกที่นี่

แล็คเชอร์ อ.พวง ครั้งที่ 4

การส่งเสริมการใช้สารสนเทศและบริการ

หมายถึง การที่ห้องสมุดชักชวนหรือเร่งเร้าหรือกระตุ้นให้สมาชิกหรือผู้ใช้มีการใช้สารสนเทศและบริการต่างๆ ของห้องสมุดหรือสถาบันบริการสารสนเทศให้มากขึ้น เช่น การทำรายการทรัพยากรสารสนเทศ การแนะนำหนังสือใหม่ การจัดห้องสมุดให้สวยงาม
จุดมุ่งหมาย
- แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับบริการต่างๆ ให้ผู้ใช้ได้ทราบเกี่ยวกับบริการนั้น เช่น การเปิด-ปิด
- เพื่อจูงใจหรือสร้างความต้องการการใช้บริการด้วยการสร้าง*ภาพลักษณ์ที่ดี (= ทำให้ผู้ใช้มีทัศนคติที่ดีต่อห้องสมุดเพื่อกระตุ้นและชักชวนให้ผู้ใช้มาใช้บริการมากขึ้น) ให้กับห้องสมุด เช่น การจัดนิทรรศการ
- เพื่อย้ำเตือนให้ผู้ใช้นึกถึงหรือจดจำบริการต่างๆ เช่น แผ่นพับ ป้ายประกาศ สื่อสิ่งพิมพ์ ที่คั่นหนังสือ
- เพื่อให้ผู้ใช้ทราบถึงความเคลื่อนไหวและความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของห้องสมุด
- เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพและบริการให้กับผู้ใช้และก่อให้เกิดการแข่งขันด้านการให้บริการกับผู้ใช้
การส่งเสริมการใช้เหมือนๆ กับ Promotion ในหลักการตลาด
กลยุทธ์ที่นำมาใช้ในการส่งเสริมประกอบด้วยกลยุทธ์ 4 ประการ (AIDA model)
Awareness/Attention = สร้างการรับรู้-เป็นการสื่อสารให้ลูกค้ารับรู้หรือรู้จักสินค้าและบริการ
Interest = สร้างความสนใจ-ดึงดูดความสนใจ ทำให้ลูกค้าสนใจพิจารณาสินค้าและบริการเพื่อตัดสินใจเลือกใช้สินค้า
Desire = กระตุ้นให้เกิดความต้องการสินค้า-เป็นวิธีการสร้างแรงดึงดูดเพื่อให้ลูกค้าใช้สินค้าและบริการ
Action = เร่งเร้าให้เกิดการใช้หรือซื้อสินค้า-เป็นวิธีการที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจใช้สินค้าและบริการ
วิธีการส่งเสริมการใช้
1. กิจกรรมโฆษณาประชาสัมพันธ์ --- จูงใจชักชวนให้ใช้ สำหรับห้องสมุดมีวัตถุประสงค์เพื่อ
เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ เช่น ใช้บุคลากรประชาสัมพันธ์(งานบริการ) สื่อต่างๆ
เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของสถาบัน เช่น นโยบาย บริการ กิจกรรม
เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของห้องสมุดต่อผู้ใช้และต่อสาธารณชน เช่น กิจกรรมบรรยาย
เพื่อให้จูงใจให้มีผู้มาใช้ห้องสมุดมากยิ่งขึ้น
เพื่อให้ผู้ใช้เห็นคุณค่าและความสำคัญของห้องสมุดและสถาบันบริการสารสนเทศ มีทัศนคติ เจตคติ (attitude) ที่ดีต่อสถาบัน
เพื่อแนะนำให้รู้จักทรัพยากรสารสนเทศและเลือกใช้ทรัพยากรสารสนเทศให้เหมาะกับความต้องการ
เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ทุกระดับ
เพื่อสร้างและปกป้องชื่อเสียงของสถาบัน
ก่อให้เกิดความประทับใจ --- อยากเข้าไปใช้บริการอีก
สำหรับห้องสมุดเป็นการโฆษณาเชิงสถาบัน (เป็นยังไงใครรุ้บอกที)
เชิงอุปถัมภ์ --- บอกข่าวแก่ผู้สนใจ ผู้เกี่ยวข้อง หรือของบประมาณ ขอความอุดหนุน
เชิงประชาสัมพันธ์ --- ชักจูงชี้แจง
เชิงรณรงค์ (ตามคำศัพท์ รณรงค์ แปลว่าต่อต้านนะ) --- ป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ ของห้องสมุด
กลุ่มเป้าหมายที่ต้องประชาสัมพันธ์
กลุ่มผู้ให้บริการ --- ประชาสัมพันธ์เพื่อให้รู้และเข้าใจตรงกัน ก่อให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างกัน โดยประชาสัมพันธ์ผ่านทาง ป้ายประกาศ เอกสารการประชุมสัมมนาต่างๆ
กลุ่มผู้ใช้บริการ
วิธีการประชาสัมพันธ์
- ประชาสัมพันธ์ภายใน
o ใช้บุคลากร(บรรณารักษ์)เป็นตัวประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์
o จดหมายข่าว วารสาร ป้ายประกาศ เอกสารแนะนำ ที่คั่นหนังสือ
o นิทรรศการ
o อาคารสถานที่ – การตกแต่งภายใน บรรยากาศ การจัด
- ประชาสัมพันธ์ภายนอก
o กิจกรรมต่างๆ
o เอกสารเผยแพร่
อันนี้ขอบคุณมาชากันนะคะ

ดาวน์โหลด คลิกที่นี่

แล็คเชอร์ อ.พวง ครั้งที่ 3

ครั้งที่3

ปัจจัยในการจัดบริการสารสนเทศ

1. ผู้ใช้บริการ
2. สิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ เช่น คอมพิเตอร์ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เครือข่าย
3. วิธีการดำเนินงาน
บริการพื้นฐานของห้องสมุด

1. บริการการอ่าน ® ที่นั่งอ่าน

2. บริการยืม-คืน
- ยืม-คืน ทั่วไป
- จองทรัพยากรสารสนเทศ
- สำรอง
บริการยืม – คืน circulation service
ความสำคัญ
1) ควบคุมบรรณานุกรม – รวบรวมทรัพยากรสารสนเทศที่มีอยู่ในห้องสมุด เพื่อให้สามารถยืมคืน เพราะบางอย่าง ยืมได้ บางอย่างยืมไม่ได้ สามารถบอกได้ว่าทำไมไม่ให้ยืม
2) ประชาสัมพันธ์ – บริการยืม-คืน เป็นบริการส่วนหน้า พบเห็นได้ก่อน ให้บริการมากที่สุด
ขอบเขตของบริการยืม- คืน
1) งานเกี่ยวกับสมาชิก – รับสมัคร, ทำทะเบียน, ต่ออายุสมาชิก
2) งานให้ยืมและรับคืน – ติดตาม, ทวงทาม, คิดค่าปรับ
3) งานจัดเก็บสถิติและรายงานผล – เพื่อพัฒนาทรัพยากร
ลักษณะของการยืม- คืนที่ดี
1) ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน
2) เชื่อถือได้ ผิดพลาดน้อย
3) สามารถระบุข้อมูลการยื เช่น ชื่อผู้ยืม, ทรัพยากรสารสนเทศที่ยืม, และวันกำหนดส่ง ได้อย่างรวดเร็ซ
4) สามารถบอกได้ว่ามีการค้างส่ง เพื่อประโยชน์ใสนการติดตามทาวงถาม สมัยก่อนเช็คจากบัตรกำหนดส่ง เดี๋วนี้เช็คจากระบบห้องสมุดอัตโนมัติ
5) สามารถค้านคืนและเรียกใช้สถิติต่างๆที่ต้องการได้อย่างทันท่วงที
6) สามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการจองทรัพยากรสารสนเทศได้อย่างรวดเร็ว
7) คุ้มค่าใช้จ่าย
คุณภาพของงานบริการยืม-คืน
1) ความคาดหวังของผู้ใช้
2) ความพึงพอใจของผู้ใช้
3) ความพร้อมของผู้ให้บริการ
4) ความเป็นมิตรในการให้บริการ
5) มีคุณค่า เกิดความประทับใจของผู้ใช้บริการ
6) ความสนใจในการให้บริการ มห้ความเสมอภาคแก่ผู้ใช้
7) มีประสิทธิภาพของการบริการ การมีแผนงานที่ชัดเจน มีกลยุทธ์ในการให้บริการ
องค์ประกอบของการยืม-คืนสารสนเทศ
1) ทรัพยากรสารสนเทศ - กำหนดนโยบายให้ยืมแต่ละวัสดุ
2) ทะเบียนทรัพยากรสารสนเทศ – รายการทางบรรณานุกรมของทรัพยากรสารสนเทศ – OPAC , บัตรรายการ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือ
3) ผู้ให้บริการ
- มีมนุษยสัมพันธ์
- มีความรู้/ความสามารถด้านบริการ
- ได้รับการฝึกฝน อบรมเป็นอย่างดี
4) ผู้ใช้บริการ
- สมาชิกของห้องสมุด
- บัตรสมาชิก
5) ทะเบียนสมาชิก – เพื่อติดตามทวงถาม / รายละเอียดสมาชิก
6) ระเบียบการยืม – คืน มีประกาศออกให้ผู้ใช้
* บริการผู้ใช้ให้ความสะดวก มีเป็นเคาน์เตอร์ที่มีบรรณารักษ์คอยช่วยเหลือผู้ใช้ตลอด
บริการจองทรัพยากรสารสนเทศ – ให้ผู้ใช้สามารถจองหนังสือที่มีได้
บริการหนังสือสำรอง reserve book
คนคิด เมลวิน ดิวอี้ มีมากในห้องสมุดมหาวิทยาลัย เป็นการส่งเสริมการเรียนการสอน นำหนังสือมาให้บริการ อาจเป็นหนังสือหายาก เพื่อบริการให้สามารถอ่านอย่างทั่วถึง

3. บริการตอบคำถามและช่วยค้นคว้า
- บริการช่วยค้นคว้า, ค้นคืนสารสนเทศ ตามความต้องการของผู้ใช้
- ให้คำแนะนำ, สอน
ความสำคัญ
1) ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับสารสนเทศที่ต้องการ
2) ช่วยประหยัดเวลาของผู้ใช้ในการค้นหาสารสนเทศ
3) ส่งเสริมให้เกิดการใช้แหล่งสารสนเทศทั้งภายในและภายนอก
4) สนับสนุนการศึกษา ค้นคว้า วิจัย แก่ผู้ใช้
5) สร้างภาพลักษณ์ที่ดี ให้กับสถาบันบริการสารสนเทศและวิชาชีพ
ขอบเขตของงานบริการตอบคำถาม
1) บริการตอบคำถาม
- คำถามที่ตอบได้ทันที
- คำถามเพื่อการวิจัย / คำถามเฉพาะด้าน
- บริการแนะแหล่งสารสนเทศ
2) บริการรวบรวมและตรวจสอบบรรณานุกรม
ช่องทางในการใช้บริการ
1. ใช้บริการด้วยตนเอง ณ จุดบริการ
2. ใช้ผ่านสื่อโทรคมนาคม
- โทรศัพท์
- ไปรษณีย์/โทรสาร
- อิเล็กทรอนิกส์
องค์ประกอบของการดำเนินงาน
1. ทรัพยากรสารสนเทศ
- แหล่งสารสนเทศอ้างอิง
- ฐานข้อมูล
- เครื่องมือช่วยค้น
2. ผู้ใช้ – สำคัญ
เป็นปัจจัยทำให้เกิดบริการตอบคำถามและช่วยค้นคว้า มีแนวโน้มลดลง เพราะมีชองทางอื่นให้ผู้ใช้สามารถช่วยให้เข้าถึงได้
3. บุคลากร
- ความสามารถด้านวิชาการ – รอบรู้ในศาสตร์ต่างๆ
- ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับบริการ
- การมีมนุษยสัมพันธ์และบุคลิกภาพ
- ความสามารถด้านการจัดการ – จัดการ ประสานงานกับฝ่ายอื่นๆ กับแหล่งอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือ/พัฒนางานของตน
4. สถานที่และอุปกรณ์
- มองเห็นได้ง่าย เข้าหาได้ง่าย
ระดับของบริการ
1. ให้บริการระดับน้อยที่สุด - สอนให้ไปค้นเอง
2. ให้บริการระดับมากที่สุด – ห้องสมุดเฉพาะ, สถาบันฯเฉพาะ
3. ให้บริการระดับปานกลาง – ห้องสมุดมหาวิทยาลัย , ห้องสมุดโรงเรียน
* การพิจารณาให้บริการในระดับใด ขึ้นอยู่กับประเภทของสถาบันบริการสารสนเทศและลักษณะของผู้ใช้บริการแต่ละกลุ่ม ระดับมากที่สุดอยู่ในห้องสมุดเฉพาะมากกว่า

4 บริการการสอนและแนะนำการใช้
การสอนการใช้ห้องสมุด
- การสอนผู้ใช้ห้องสมุดให้สามารถใช้วัสดุสารสนเทศและบริการต่างๆของห้องสมุดได้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรจึงเรียกว่าใช้ห้องสมุดอย่างมีประสิทธิภาพ?
- รู้จักวัสดุสารสนเทศ
- เข้าถึงสารสนเทศได้อย่างคล่องแคล่ว
- ได้สารสนเทศที่ตรงกับความต้องการ
ทำไมต้องสอน?
1) ปริมาณสารสนเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้มีการบันทึกไว้ในวัสดุสารสนเทศรูปแบบต่างๆและระบบการจัดเก็บที่หลากหลาย
2) รูปแบบการเรียนการสอนที่เปลี่ยนไป ทำให้ห้องสมุดมีบทบาทต่อการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น
3) ปรัชญาการศึกษาที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนใฝ่รู้ใฝ่เรียน (การศึกษาตลอดชีวิต)
การศึกษาตลอดชีวิต – การสอนการใช้ห้องสมุดมีส่วนต่อปรัชญา คือ แสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลา ด้วยตนเอง โดยค้นหาสารสนเทศที่ต้องการ เพื่อตอบสนองความอยากรู้ของเราได้
4) การเปลี่ยนแปลงของสังคมสู่ยุคสารสนเทศ information age นำไปสู่คุณสมบัติของผู้จบการศึกษา
- เดิมมุ่งเน้นให้ผู้เรียน อ่านออก เขียนได้ literacy
- ปัจจุบัน เราต้องการให้ผู้เรียนมี information literacy
บทบาทของบรรณารักษ์
1) จัดและดำเนินงานห้องสมุด
2) สอน/ให้คำแนะนำวิธีการใข้ห้องสมุด
คุณสมบัติของบรรณารักษ์
1) มีความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพบรรณารักษ์
2) มีความรู้เรื่องหลักสูตร
3) มีความรู้ในวิชาชีพครู
* 2-3 ถ้าต้องใช้ก็ต้องขวนขวาย
4) มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
5) มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนอยู่เสมอ
6) มีน้ำใจพร้อมบริการผู้อื่น
การสอนการใช้ห้องสมุด
1. ไม่เป็นทางการ
- การปฐมนิเทศการใช้ห้องสมุด
- การนำชมห้องสมุด
- การใช้สื่อโสตทัศน์
- การสอนเป็นรายบุคคล
- การให้คาวมรู้/เอกสารสิ่งพิมพ์
- การสอนการใช้บริการระหว่างห้องสมุด
2. เป็นทางการ
- สอนเป็นรายวิชา – LIS101
-สอนเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา
- สอนลักษณะของบูรณาการกับรายวิชาอื่น ดีที่สุด!!

บริการที่จัดเฉพาะตามความต้องการของผู้ใช้

1. บริการค้นคืนสารสนเทศ
2. บริการสารสนเทศทันสมัย
3.บริการสารสนเทศเลือกสรร
4.บริการนำส่งเอกสาร
5. บริการแปรรูปชุดสารสนเทศ
ดาวน์โหลดได้นะคะ จะสวยงามกว่า คลิกที่นี่